View:-  1084
คะแนน:-
(0)
นำแสดงโดย:-  ดีน ชาร์ลส์-แชปแมน,จอห์น แมคเคน

ชื่อหนัง:- 1917

รายละเอียด : รีวิวหนัง 1917

1917 คว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประเภทดราม่า จากงาน Golden Globes 2020 

1917 ประกาศชัดตั้งแต่เรื่องย่อว่า นี่คือภาพยนตร์สงครามที่มีจุดหมายปลายทางอยู่ที่การ ‘ไม่รบ’ โดยการให้คนดูติดตามภารกิจของ เบลก (ดีน ชาร์ลส์-แชปแมน) และ สกอฟิลด์ (จอห์น แมคเคน) สองพลทหารที่ได้รับมอบหมายให้วิ่งฝ่าสมรภูมิ, สนามเพลาะ, ห่ากระสุน ดงระเบิด เพื่อแจ้งข่าวให้กองทัพฝ่ายตัวเองที่ซ่อนอยู่อีกฝั่งหยุดการโจมตี ก่อนที่ทุกอย่างจะเป็นไปตามแผนของศัตรู 

เส้นเรื่องทั้งหมดสะท้อนให้เห็นความเจ็บปวด สูญเสีย และความจริงอันไร้ค่าของการรบราฆ่ากันออกมาได้อย่างทรงพลังเหลือเกิน 

โดยเฉพาะเรื่องที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ การถ่ายทำแบบช็อตเดียวต่อเนื่อง (A One-Shot หรือ Continuous Shot Feature Film) ที่ใช้การถ่ายแบบ Long Take หลายๆ ฉากมาประกอบกันด้วยเทคนิคการตัดต่อให้เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นต่อเนื่องกันทั้งเรื่องแบบเนียนกริบ คนดูไม่ทันรู้เลยว่าสั่งคัตกันตอนไหน 

การเล่าเรื่องทั้งหมดแบบต่อเนื่องไม่มีตัดสลับ ทำให้รู้สึกว่า เราไม่ใช่คน ‘สังเกตการณ์’ หรือคนฟังเรื่องเล่า แต่ได้เข้าไปอยู่ในสมรภูมิร่วมกับสองพลทหารนั้นจริงๆ ไม่มีอดีต ไม่มีอนาคต มีแต่ปัจจุบันที่ตัวละครต้องเจอ ต้องเห็น ได้ยินอะไร เรารับรู้ไปพร้อมๆ กับพวกเขาทั้งหมด

การได้เห็นความลำบาก อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ กระสุนที่ไม่รู้จะพุ่งมาเมื่อไร ซากศพเกลื่อนกลาดอันน่าสะอิดสะเอียน ร่วมกับตัวละครแบบไม่มีจุดให้พัก ยิ่งเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่า สนามรบคือพื้นที่เหนือกาลเวลาที่เข้ามาแล้วไม่สามารถออกไปได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะเข้าด้วยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม 

เพราะมีอยู่หลายครั้ง (โดยเฉพาะช่วงหลังๆ) เรารู้สึกเหนื่อย อยากพักสักครู่ ไม่อยากติดตามรับรู้ความกดดันในภารกิจนี้อีกแล้ว บางช่วงเราก็รู้สึกเหมือนเรากำลังดูภาพยนตร์ทริลเลอร์มากกว่าสงครามด้วยซ้ำ 

ถ้าเป็นภาพยนตร์ทริลเลอร์ตามปกติ เราจะพอเล็งได้ว่า ตอนไหนจะมีจัมป์สแกร์ออกมา ให้ปิดตารอได้เป็นพักๆ แต่กับเรื่องนี้ พอทุกอย่างต่อเนื่องกันไปหมด เราคาดเดาไม่ได้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง 

ซึ่งเอาจริงๆ เราในฐานะคนดู ยังสามารถเลือกหลับตา หรือเดินออกจากโรงได้เสมอ ถ้ารู้สึกทนไม่ไหวจริงๆ แต่พลทหารในสมรภูมิจริงไม่ได้โชคดีมีทางเลือกอย่างเรา พวกเขาถูกบังคับให้เดินหน้าและเสี่ยงตายต่อไปเรื่อยๆ เพราะมีเวลาเป็นศัตรู มีชีวิตของเพื่อนร่วมชาติเป็นเดิมพัน 

เรายังไม่กล้าฟันธงว่า สุดท้าย 1917 จะไปได้ไกลถึงรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากงานออสการ์ปีนี้หรือเปล่า แต่พอจะมั่นใจได้ว่า จาก 10 รางวัลที่เข้าชิงทั้งหมด เราจะได้ยินชื่อของ โรเจอร์ ดีกินส์ ดังขึ้นในฐานะผู้ชนะรางวัลถ่ายภาพยอดเยี่ยมเป็นครั้งที่ 2 ต่อจาก Blade Runner 2049 อย่างแน่นอน 

หลังจากนี้ 1917 จะกลายเป็นภาพยนตร์ที่ถูกฉายซ้ำๆ ในคลาสเรียนภาพยนตร์ เพื่อชำแหละทุกองค์ประกอบ ทั้งการถ่ายภาพ, ตัดต่อ, โปรดักชันดีไซน์, CGI, ดนตรีประกอบ และทุกๆ อย่างในการสร้างภาพยนตร์ระดับนี้ขึ้นมาสักเรื่องหนึ่ง 

และ 1917 ก็จะเป็นผลงานอีกหนึ่งเรื่องที่จะถูกนำมาพูดถึงอยู่ทุกครั้ง เมื่อพูดภาพยนตร์สงครามสุดคลาสสิกที่พูดถึงความสูญเปล่าของสงคราม แบบเดียวกับที่ Saving Private Ryan (1998) กลายเป็นภาพยนตร์สงครามในดวงใจของใครหลายคน

ภาพยนตร์ที่เป็นเหมือนจดหมายส่ไปบอกเหล่าผู้นำระดับโลกว่า สิ่งที่ควรที่สุดไม่ใช่การมอบเหรียญตราเชิดชูเกียรติ แต่เป็นการทำอย่างไรก็ได้ ไม่ต้องให้มีนายทหาร หรือใครก็ตามต้องตกไปอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงอย่างไร้ค่า เพื่อแลกกับเหรียญตราที่ไม่ได้มีค่ามากไปกว่าการเอาไปแลก ‘ไวน์’ 1 ขวด

และวิธีหนึ่งที่จะทำให้สงครามไม่ใช่การ ‘รบ’ แต่เป็นการ ‘ไม่รบ’ 

 





รีวิวหนัง 1917

เว็บรีวิวหนัง baanmoviereviews เป็นเว็บไซต์รีวิวหนังทุกประเภท แบบไม่เหมือนใครที่ไหนแน่นอน ไม่มีสปอยหนัง คุณสามารถเข้ามาดูรีวิวได้แบบไม่ต้องอ่าน เพราะเราจะแนะนำคุณด้วยภาพ

รีวิวหนัง 1917 facebook | รีวิวหนัง 1917 pantip | รีวิวหนังใหม่ 1917 2021 | เพจรีวิวหนัง 1917 | รีวิวหนังสนุกๆ 1917 | รีวิวหนัง 1917 2021 | รีวิวหนังดี 1917 | รีวิวหนัง 1917 netflix

หนังที่เกี่ยวข้อง

Recent Movie
Get In Touch

รีวิวหนัง วิจารณ์หนัง รวบรวมข่าวสารของภาพยนตร์ ที่ทีมงานชื่นชอบเป็การส่วนตัว เพื่อนำมารีวิวภาพยนตร์ชื่อดัง แกะ ตัวอย่าง วิเคราะห์เหตุการณ์ในเรื่อง วิจารย์พร้อมกับให้คะแนนหนังจากทีม admin ด้วยความชอบส่วนนตัว