ชื่อหนัง:- Deliver Us from Evil
รายละเอียด : รีวิวหนัง Deliver Us from Evil
หากลองมองจากโทนของตัวอย่างหนัง Deliver Us from Evil ก็ดูจ้องจะขายความสยอง ของสิ่งลี้ลับเหนือธรรมชาติแบบเต็มสูบ อีกทั้งยังจั่วหัวไว้อีกว่า สร้างมาจากเรื่องจริง อันน่าจะมีส่วนช่วยนำพาคนดู ให้รู้สึกอินกับการเหวอรับประทาน และความเป็นความตายของตัวละครมากขึ้น แต่จนแล้วจนรอด ความเป็น “เรื่องจริง” ซึ่งหมายถึงสภาพจิตใจของมนุษย์ กลับถูกให้น้ำหนักด้อยกว่าความเป็น “เรื่องแต่ง” ซึ่งหมายถึงปีศาจร้ายส่งตรงจากนรก แบบเห็นได้ชัด
Deliver Us from Evil มีเค้าโครงมาจากหนังสือที่บันทึกประสบการณ์สืบคดีสะเทือนขวัญ และมีกลิ่นตุๆ ของเรื่องราวเหนือธรรมชาติ ของนายตำรวจ ราล์ฟ ซาร์ชีย์ ซึ่งในฉบับหนัง พ่อตำรวจดวงซวยคนนี้ ต้องร่วมมือกับ บัตเลอร์ คู่หูปากเสียแต่ฝีมือดี ตามสืบคดีที่มีต้นตอแค่เรื่องที่ดูเป็นคดีคนบ้าธรรมดา ก่อนจะโยงใยไปสู่เรื่องลี้ลับอธิบายไม่ได้ และเบาะแสชวนคลื่นเหียนอีกมากมาย ทำเอา ราล์ฟ แทบจะประสาทกิน จนต้องหันไปพึ่ง โจ เมนโดซา นักบวชนอกรีต ที่หันมาเอาดีทางการไล่ปีศาจ ที่ดูจะกุมความลับอะไรบางอย่างไว้ ให้มาช่วยรับมือและหาคำตอบว่า “อะไรบางอย่าง” ที่สุดจะสยองนั้น มันคืออะไรกันแน่
จากองค์ประกอบในหนัง ที่วนเวียนอยู่กับความมืดทะมึน ซากสัตว์สภาพแปลกประหลาด อักษรโบราณบนผนัง และการกรีดร้อง ตาขวางน้ำลายฟูมปากของมนุษย์ ก็น่าจะพอเดาทางกันได้ว่าต้องถูกอะไรสิงอยู่แหงๆ และนั่นคือสิ่งที่เรารู้ตั้งแต่ก่อนจะเข้าไปซื้อตั๋วเสียอีก ซึ่งข้อดีของมันคือจะรู้แน่ๆ แล้วว่าหนังจะมีทิศทางแบบไหน แต่ข้อเสียคือ มันทำให้ส่วนที่เป็นการสืบสวนหาความจริง ดูด้อยค่าลงไปทันที (ก็เปิดเผยกันตั้งแต่แรกแล้วนี่หว่า?!) และอาจทำให้คุณผู้ชมบางส่วน นั่งเซ็งเอาตั้งแต่ต้นเรื่องไปอย่างน่าเสียดาย เพราะที่เหลือคือ ความสยองระทึกขวัญล้วนๆ
แต่ถึงกระนั้น หากลองมองในรายละเอียด โดยไม่ได้สนใจไปที่ “ที่สิงคนอยู่มันคืออะไร” แต่เพียงอย่างเดียวแล้วล่ะก็ บรรดาฉากที่ ราล์ฟ ค่อยๆ พบเจอเบาะแสที่ชวนสะอิดสะเอียนทีละอย่างสองอย่าง ก็น่าจะสะใจแฟนหนังสยองขวัญ และกระตุ้นอัตราการเต้นของหัวใจได้อยู่ไม่น้อย (เช่น โหมดภาพกลางคืนในสวนสัตว์ หรือสภาพแมวบนผนัง) ถึงแม้ฉาก ตุ๊กตานกฮูก ที่ถึงจะยอมรับได้เต็มปากว่ามันน่ากลัว แต่ก็ออกจะผิดที่ผิดทางกับฉากสยองอื่นๆ จนดูเหมือนอยู่ผิดเรื่องไปสักหน่อย แต่ก็พอให้อภัยได้ ไม่ว่ากัน
อีกหนึ่งสิ่งที่หนังเหมือนจะพูดถึงอยู่เสมอ ความผิดบาปที่เป็นดังนรกคุกรุ่นในจิตใจคน ซึ่งมันอาจบังเกิดเป็นปมพฤติกรรมเลวร้ายได้อีกมากมาย แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นศึกปะทะระหว่างมนุษย์ และปีศาจ แล้วล่ะก็ ความโฉดชั่วชิงชังทั้งมวล ก็จะถูกโยนไปให้สิ่งลี้ลับเป็นแพะรับบาปตลอดเรื่อง ทั้งที่อดีตของตัวละครฝ่ายมนุษย์เองก็ดูจะชั่วช้า ไม่แพ้อีกฝ่ายสักเท่าไหร่ อีกทั้งวิธีการขจัดภัยพาลเหนือธรรมชาติเหล่านี้ ก็หนักไปทางแนวทางเดิมๆ ด้วยการมีพระมาโปรด และไล่ตะเพิดสิ่งชั่วร้ายแบบเป็นขั้นเป็นตอนราวกับกางตำรา ให้กลับบ้านกลับช่องไปได้อย่างง่ายดาย แล้วทุกอย่างก็ลงเอยด้วยดี ตัวละครมนุษย์แฮปปี้ ตัวละครปีศาจก็ซี้ม่องเท่งไปตามระเบียบ
สำหรับคุณผู้ชมขาประจำหนังตระกูลนี้ ก็จะเห็นได้เลยว่าด้านบทโดยรวมๆ ก็ดูจะไม่ค่อยมีอะไรแปลกใหม่สักเท่าไหร่ อีกทั้งมนุษย์ที่มี ปีศาจ มาอาศัยเป็นจิตใต้สำนึกนั้่น ก็แสดงพฤติกรรมประหลาดแบบแบนราบ โฉ่งฉ่าง และดูไม่เชื่อมโยง ชวนสงสัยมากไปหน่อย ตามคำพูดของ โจ เมนโดซา ที่บอกบทสรุปของหนังเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่ช่วงกลางๆเรื่องแล้วว่า “ปีศาจมันทำอะไรไม่มีเหตุผลหรอก ตามขอบเขตที่มนุษย์เข้าใจน่ะ…”
รีวิวหนัง Deliver Us from Evil
เว็บรีวิวหนัง baanmoviereviews เป็นเว็บไซต์รีวิวหนังทุกประเภท แบบไม่เหมือนใครที่ไหนแน่นอน ไม่มีสปอยหนัง คุณสามารถเข้ามาดูรีวิวได้แบบไม่ต้องอ่าน เพราะเราจะแนะนำคุณด้วยภาพ
รีวิวหนัง Deliver Us from Evil facebook | รีวิวหนัง Deliver Us from Evil pantip | รีวิวหนังใหม่ Deliver Us from Evil 2026 | เพจรีวิวหนัง Deliver Us from Evil | รีวิวหนังสนุกๆ Deliver Us from Evil | รีวิวหนัง Deliver Us from Evil 2026 | รีวิวหนังดี Deliver Us from Evil | รีวิวหนัง Deliver Us from Evil netflix




Recent Movie
Tag
Nov 201547 Meters Down: Uncaged
Sep 201913 Sins
May 2014