ชื่อหนัง:- Venus in Fur
รายละเอียด : รีวิวหนัง Venus in Fur
เป็นหนังที่หยิบยกเอาวรรณกรรมสุดคลาสสิคมาสานต่อ พร้อมกับให้นักแสดงถกกันเรื่องของตัววรรณกรรมเอง แต่ก็ส่อแววไปทางเหยียดเพศของทั้ง 2 ฝ่าย สำหรับผลงานใหม่ของผกก. โรมัน โปลันสกี้ ที่ใช้นักแสดงเล่นกันเพียง 2 คนนั่นคือ มาติเออ อามาลริก และ เอมมานู แอล ซีกแยร์ ซึ่งนับได้ว่าน้อยที่สุดในผลงานของเขารองจาก Knife in the Water ที่ใช้ 3 คน
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้น ณ โรงละครเล็กๆ แห่งหนึ่ง โทมาส์ (มาติเออ อามาลริก) กําลังบ่นให้ผู้ช่วยของเขาฟังทางโทรศัพท์ว่านักแสดงที่เข้ามาทดสอบบทกับเขา ในวันนี้นั้น ห่วยแตกสิ้นดี ไม่มีใครเข้าถึงบทบาทจริงๆ เลยสักคนละครเวทีเรื่อง Venus in Furs ที่เขาตั้งใจทํานั้นจําเป็นต้องใช้นักแสดงที่มีเสน่ห์และพลังลึกลับในการ แสดงหลังจากเหน็ดเหนื่อยมาตลอดทั้งวัน โทมาส์ ก็เตรียมตัวจะกลับบ้านจนกระทั่งนักแสดงสาวคนหนึ่งก้าวเข้ามาและบอกกับเขาว่า เธอมาขอทดสอบบทเธอผู้นั้นชื่อ วานดา (เอมมานูแอล ซีกแยร์ ) โทมาส์ ทนรบเร้าไม่ไหว จึงยอมทนนั่งดูเธอร่ายบท แต่ทว่าจู่ๆ วานดา ก็กลายเป็นตัวละครในบทได้อย่างแนบเนียนและก่อนที่จะไหวตัวทัน โทมาส์ จึงตระหนักได้ว่าตนเองกําลังตกเป็นเหยื่อของสตรีผู้พิสมัยการทรมานไม่ต่าง อะไรกับบทละคที่เขากําลังจะสร้างเส้นแบ่งอะไรพร่าเลือนของความจริง ความลวง การแสดง และแรงปรารถนาที่ซ่อนลึก ทําให้ ทุกอย่างผสมปนเปจนทําให้คืนๆ นั้นของโทมาส์ กลายเป็นคืนอันหฤหรรษ์ ที่สุดในชีวิตเขา
โดยส่วนตัวนั่นยังไม่อ่านเรื่องวรรณกรรมของ Venus in Fur หรือได้ทำความรู้จักกับจนกระทั่งได้มาดูหนังเรื่องนี้ และหนังก็ตอบโจทย์พร้อมแนะนำให้สำหรับคนที่ยังไม่รู้จักแบบฉบับรวบรัด แต่เข้าใจง่าย ซึ่งตัวผมเองนั่นก็ไม่ใช่เป็นแฟนหนังของ โปลันสกี้ มาตั้งแต่สมัยตอนต้น จะมีก็แต่ผลงานช่วงล่าสุดทั้ง The Ghost Writer ยาวไปจนถึง The Pianist ที่มีโอกาสได้ดู ซึ่งเรื่องนี้อาจจะพูดได้ว่าไม่มีลายเซ็นของเขาอยู่ในหนัง แต่มันก็เป็นอีกเรื่องที่เปรียบเสมือนเวทีเพื่อโชว์ความสามารถของด้านบท และ นักแสดง ไม่ต่างอะไรจาก All is Lost ที่เพิ่งฉายไป
การเล่นกับประเด็นด้านการเหยียดเพศ ช้างเท้าหน้า และ หลัง ของ Venus in Fur สามารถถ่ายทอดออกมาได้เจ็บแสบ ปวดร้าว แต่ก็สร้างความสนุกสนานในแบบของการจิกกัดกันผ่านตัวละคร 2 เพศ ที่วางตัวเพศชายเป็นผู้กำกับ และ เพศหญิงเป็นนักแสดง ไม่ต่างอะไรจากระบบของ ทาส และ เจ้านาย โดยการพูดถึงประเด็นด้านเพศไม่ว่าตัวหนังจะเป็นการเอาคืนจากวรรณกรรมชิ้นก่อน หรือพยายามตั้งใจให้มันมีความเป็น feminism มากสักเพียงใด แต่ความรู้สึกส่วนตัวก็ยังรู้สึกว่าการขับเคลื่อนของ เพศหญิง ที่หนังกำลังแสดงให้เราเห็นอยู่นั่น มันเป็นเหตุที่เกิดจากเพศชาย เปรียบเสมือนกับการที่นักแสดง กำลังแสดงให้เราเห็นอยู่ตรงหน้าก็เป็นเพราะคำสั่งของผู้กำกับ โดยการวางตัวคาแรกเตอร์ทั้ง 2 ให้มีลักษณะท่าทางอย่างชัดเจน ทั้งความบริสุทธิ์เกินเหตุของฝ่ายหญิง และ ความคลั่งอำนาจ ของฝ่ายชาย ต่างเป็นแรงขับเคลื่อนให้ตัวหนังเรื่องนี้เป็นการเหน็บแหนมกับประเด็นทางเพศได้อย่างดุเด็ดเผ็ดมันส์มากขึ้น
โดย 2 นักแสดงทั้ง มาติเออ อามาลริก และ เอมมานู แอล ซีกแยร์ ที่รายแรกเคยร่วมงานกับโปลันสกี้มาเป็นจำนวนมาก ส่วนหลายหลังเป็น ภรรยา ของคนล่าสุดของเขา ก็ต่างสามารถถ่ายทอดลีลาให้กับตัวละครของตนเองได้อย่างไม่น้อยน่า จนสามารถขับเคลื่อนและแบกรับหนังเอาไว้ได้อย่างไม่มีที่ติ ซึ่งไม่ว่าเราจะสามารถเก็บเอาสัญลักษณ์แฝงทั้งใน วรรณกรรม และ ตัวหนัง ออกมาหมดหรือไม่ แต่ โรมัน โปลันสกี้ ก็ทำสำเร็จแล้วในการแสดงให้คนดูเห็นถึงอำนาจของ เพศ และประเด็นเรื่องของ ทาส และ เจ้านาย อย่างเจ็บแสบ เผ็ดมันส์
รีวิวหนัง Venus in Fur
เว็บรีวิวหนัง baanmoviereviews เป็นเว็บไซต์รีวิวหนังทุกประเภท แบบไม่เหมือนใครที่ไหนแน่นอน ไม่มีสปอยหนัง คุณสามารถเข้ามาดูรีวิวได้แบบไม่ต้องอ่าน เพราะเราจะแนะนำคุณด้วยภาพ
รีวิวหนัง Venus in Fur facebook | รีวิวหนัง Venus in Fur pantip | รีวิวหนังใหม่ Venus in Fur 2026 | เพจรีวิวหนัง Venus in Fur | รีวิวหนังสนุกๆ Venus in Fur | รีวิวหนัง Venus in Fur 2026 | รีวิวหนังดี Venus in Fur | รีวิวหนัง Venus in Fur netflix




Recent Movie
Tag
Nov 201547 Meters Down: Uncaged
Sep 201913 Sins
May 2014